phajonphai
phajonphai
phajonphai
⚡ ข่าวล่าสุด:
กำลังโหลดข่าวล่าสุดจาก Thai ASEAN Post...

ไม่มีชื่อ

ดาวหางแพนสตารส์ (C/2025 R3)

สังเกตุและถ่ายรูปได้ช่วง  เม.ย-ต้น พค 2569


ดาวหางแพนสตารส์เป็นดาวหางที่ค้นพบเมื่อ พ.ศ. 2568 มีชื่อในบัญชีดาวหางว่า ซี/2025 อาร์3 (แพนสตารส์) - C/2025 R3 (PanSTARRS) โดยที่ C หมายถึงดาวหางคาบยาวหรือไม่มีคาบ 2025 คือปีที่ค้นพบ และ R3 หมายถึงเป็นดาวหางดวงที่ 3 ที่ค้นพบในครึ่งแรกของเดือนกันยายน

ชื่อแพนสตารส์มาจากกล้องโทรทรรศน์ที่ใช้ในโครงการสำรวจท้องฟ้าเพื่อค้นหาวัตถุที่อาจเป็นภัยต่อโลก กล้องนี้ตั้งอยู่ในหอดูดาวฮาเลอาคาลาบนเกาะฮาวายของสหรัฐอเมริกา ที่ผ่านมาได้ค้นพบดาวหางและดาวเคราะห์น้อยจำนวนมาก เราจึงคุ้นเคยกับชื่อนี้ดีเพราะมีดาวหางชื่อเดียวกันอีกหลายดวง ดาวหางแพนสตารส์ดวงนี้ถูกค้นพบในภาพถ่ายเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 ขณะอยู่ในกลุ่มดาวแอนดรอเมดาในซีกฟ้าเหนือ และมีความสว่างที่โชติมาตร 20

ดาวหางแพนสตารส์เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569
ดาวหางแพนสตารส์เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 (จาก Michael Jager และ Gerald Rhemann)

ดาวหางแพนสตารส์จะผ่านจุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดในวันที่ 20 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 4-5 น. ตามเวลาประเทศไทย ที่ระยะห่างจากดวงอาทิตย์ 0.4986 หน่วยดาราศาสตร์ (74.6 ล้านกิโลเมตร) ซึ่งอยู่ระหว่างวงโคจรของดาวพุธกับดาวศุกร์ ดาวหางมีวงโคจรเอียงทำมุม 125° กับระนาบวงโคจรของโลก จึงเคลื่อนที่ในทิศตรงข้ามกับทิศที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ เมื่อคำนวณย้อนกลับไปในอดีตพบว่าดาวหางดวงนี้ได้ผ่านใกล้ดาวยูเรนัสเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 ที่ระยะ 1.58 หน่วยดาราศาสตร์

ช่วงที่คาดว่าดาวหางจะสว่างที่สุดเป็นช่วงเดียวกับที่ดาวหางเคลื่อนมาอยู่ในแนวระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ ทำมุมห่างดวงอาทิตย์เพียง 3.5° จึงไม่สามารถสังเกตได้จากพื้นโลก หลังจากนั้นจะผ่านใกล้โลกที่สุดในวันที่ 26 เมษายน 2569 ที่ระยะ 0.489 หน่วยดาราศาสตร์ ซึ่งยังคงมีตำแหน่งปรากฏอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ ต้นเดือนพฤษภาคมจะเคลื่อนห่างออกจากดวงอาทิตย์จนเริ่มปรากฏบนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำและมีความสว่างลดลงเนื่องจากออกห่างดวงอาทิตย์และโลกมากขึ้นทุกวัน

เช่นเดียวกับดาวหางที่ค้นพบใหม่ดวงอื่น การพยากรณ์ความสว่างของดาวหางเหล่านี้มีโอกาสคลาดเคลื่อนได้สูง ดาวหางบางดวงปะทุความสว่างขึ้นเมื่อใกล้ดวงอาทิตย์ บางดวงมีขนาดเล็กจนทนความร้อนและความโน้มถ่วงของดวงอาทิตย์ไม่ไหว เกิดการแตกสลายและจางกว่าที่คาดไว้มาก

หากดาวหางแพนสตารส์ผลิตฝุ่นด้วยอัตราสูง เมื่อเคลื่อนไปอยู่ร่วมทิศกับดวงอาทิตย์ในปลายเดือนเมษายน ดาวหางดวงนี้อาจมีความสว่างเพิ่มขึ้นกว่าปรกติได้หลายเท่าซึ่งเกิดจากการกระเจิงของแสง แต่หากมีฝุ่นน้อย ความสว่างอาจเพิ่มขึ้นไม่มากนัก หากดาวหางยังอยู่ในสภาพดี ไม่มีการแตกสลายไปก่อนหน้านั้น คาดว่ากล้องคอโรนากราฟบนหอสังเกตการณ์โซโฮจะสามารถจับภาพดาวหางไว้ได้ในช่วงวันที่ 23-26 เมษายน 2569

การสังเกตดาวหางในประเทศไทย


การสังเกตดาวหางแพนสตารส์แบ่งได้เป็น 2 ช่วง คือ ก่อนใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดจะเห็นดาวหางอยู่บนท้องฟ้าเวลาเช้ามืด หลังใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดแล้วดาวหางจะย้ายไปอยู่บนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำ

ปลายเดือนมีนาคม 2569 สามารถสังเกตได้ในเวลาเช้ามืดทางทิศตะวันออก ค่อนไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณกลุ่มดาวม้าบิน รายงานเมื่อวันที่ 31 มีนาคม ดาวหางมีความสว่างที่โชติมาตร 7 มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ต้องอาศัยกล้องสองตาหรือกล้องโทรทรรศน์ วันที่ 4 เมษายน สว่างขึ้นมาที่โชติมาตร 6 และคาดว่าอาจถึงโชติมาตร 5 ในวันที่ 9 เมษายน (ดูกราฟความสว่างประกอบ) ซึ่งควรจะสังเกตได้ง่ายด้วยกล้องสองตา ดาวหางจะออกจากกลุ่มดาวม้าบินแล้วเข้าสู่กลุ่มดาวปลาในวันที่ 19 เมษายน

ผลการวัดความสว่างของดาวหางแพนสตารส์และโชติมาตรทำนาย
ผลการวัดความสว่างของดาวหางแพนสตารส์และโชติมาตรทำนาย (ข้อมูลจาก COBS) (จาก วรเชษฐ์ บุญปลอด)

วันที่ 21 เมษายน 2569 น่าจะเป็นวันท้าย ๆ ที่มีโอกาสสังเกตดาวหางในเวลาเช้ามืด อาจสว่างที่โชติมาตร 3 (ดาวหางอยู่ต่ำใกล้ขอบฟ้า จึงอาจสว่างน้อยกว่านี้เนื่องจากบรรยากาศที่หนาแน่น) เป็นช่วงเดียวกับที่ดาวเคราะห์ 3 ดวง ได้แก่ ดาวพุธ ดาวอังคาร และดาวเสาร์ เกาะกลุ่มอยู่ใกล้กันเหนือขอบฟ้าทิศตะวันออก (ห่างไปทางขวามือของดาวหาง)

ตำแหน่งดาวหางแพนสตารส์ในช่วงวันที่ 1-21 เมษายน 2569
ตำแหน่งดาวหางแพนสตารส์ในช่วงวันที่ 1-21 เมษายน 2569 เวลา 05:00 น. ดาวหางอยู่ในกลุ่มดาวม้าบินทางทิศตะวันออกค่อนไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ ขอบฟ้าและตำแหน่งดาวเคราะห์เป็นของวันที่ 21 เมษายน (จาก Stellarium)

ต้นเดือนพฤษภาคม 2569 ดาวหางแพนสตารส์เริ่มย้ายมาอยู่บนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำทางทิศตะวันตก คาดว่าเริ่มสังเกตได้ตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม ช่วงแรกอยู่ในกลุ่มดาวแม่น้ำ ความสว่างอยู่ที่ราวโชติมาตร 4-5 เข้าสู่กลุ่มดาวนายพรานในวันที่ 8 พฤษภาคม อาจมีโอกาสถ่ายภาพดาวหางขณะผ่านใกล้เนบิวลานายพราน (ดูแผนที่ประกอบ) แต่ดาวหางจะมีตำแหน่งอยู่ค่อนข้างต่ำใกล้ขอบฟ้าและจางลงมาก

ตำแหน่งดาวหางแพนสตารส์ในช่วงวันที่ 3-18 พฤษภาคม 2569
ตำแหน่งดาวหางแพนสตารส์ในช่วงวันที่ 3-18 พฤษภาคม 2569 เวลา 19:50 น. ดาวหางอยู่ในกลุ่มดาวแม่น้ำและนายพราน ขอบฟ้าและตำแหน่งดาวศุกร์เป็นของวันที่ 3 พฤษภาคม (จาก Stellarium)

แหล่งข้อมูล

 C/2025 R3 (PanSTARRS) - Solar System Dynamics (JPL/NASA)
 C/2025 R3 (PanSTARRS) - Seiichi Yoshida
 CBET 5607 - Central Bureau for Astronomical Telegrams
 CBET 5680 - Central Bureau for Astronomical Telegrams
 C/2025 R3 (PanSTARRS) - COBS

ดูเพิ่ม

 เวลาเกิดแสงสนธยาและเวลาดวงอาทิตย์ขึ้น-ตก
 รู้จักดาวหาง
 แผนที่ฟ้าออนไลน์ แสดงตำแหน่งดาวและวัตถุท้องฟ้าในเวลาจริง

อภิธานศัพท์

โชติมาตร - magnitude
มาตราบอกความส่องสว่างของวัตถุท้องฟ้า ตัวเลขยิ่งมีค่าน้อยยิ่งสว่าง ดาวจางที่สุดที่ตาเปล่าของคนสายตาปรกติจะมองเห็นได้ในเวลากลางคืนภายใต้ท้องฟ้ามืดสนิทมีโชติมาตรประมาณ 6.5 ตัวอย่างโชติมาตรของดาว เช่น ดาวเหนือมีโชติมาตร 2 ดาวศุกร์มีโชติมาตรประมาณ -4 ดวงจันทร์เพ็ญมีโชติมาตรประมาณ -12.7 ดวงอาทิตย์มีโชติมาตร -26.8
จุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด - perihelion
ตำแหน่งบนวงโคจรของเทห์ฟ้าในระบบสุริยะ เช่น ดาวเคราะห์ ดาวหาง หรือดาวเทียม หรือยานอวกาศที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดในวงโคจร
หน่วยดาราศาสตร์ - astronomical unit
หน่วยบอกระยะทาง เท่ากับระยะห่างเฉลี่ยระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ ซึ่งกำหนดให้มีค่าเท่ากับ 149,597,870.70 กิโลเมตร

------------------------------------------------------

ข้อมูลจาก
https://www.narit.or.th/th/AstronomyNews-20260401-C/2026A1(MAPS)-C/2025R3(PanSTARRS)


C/2025 R3 (PanSTARRS) - ดาวหางแพนสตาร์ส

2025 R320260319 U T345 Lrg Bmin18333webภาพ : Michael Jager & Gerald Rhemann

  • ค่าอันดับความสว่างปรากฏขณะนี้ : 7.5 (มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ)
  • ตำแหน่งกลุ่มดาวปัจจุบัน : ม้าปีก (Pegasus)
  • เวลาและทิศทาง : ก่อนวันที่ 25 เมษายน รุ่งเช้า ทิศตะวันออก / หลังวันที่ 28 เมษายน หัวค่ำ ทิศตะวันตก
  • วันที่เหมาะแก่การสังเกตการณ์ : 19 เมษายน 2026

ดาวหางแพนสตาร์ส เป็นดาวหางที่คาดว่ามีต้นกำเนิดจากเมฆออร์ต (Oort cloud) ซึ่งเป็นพื้นที่เปลือกนอกสุดของระบบสุริยะที่เต็มไปด้วยวัตถุจำพวกน้ำแข็ง โดยดาวหางแพนสตาร์ส จะเฉียดเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ในวันที่ 19 เมษายน ค.ศ. 2026 และจะโคจรเข้าใกล้โลกที่สุดวันที่ 26 เมษายน ค.ศ. 2026 ที่ระยะทาง 73.2 ล้านกิโลเมตร คาดว่าจะมีความสว่างสูงสุดที่แมกนิจูดประมาณ 4 สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าในพื้นที่ที่ไร้แสงรบกวน สว่างใกล้เคียงกับดาวหางเลมมอน (Lemmon) ในปี ค.ศ. 2025

ทั้งนี้ ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับสังเกตการณ์ดาวหางแพนสตาร์ส คือช่วงวันที่ 18-23 เมษายน ในช่วงรุ่งเช้า ทางทิศตะวันออก โดยเฉพาะวันที่ 19 เมษายน แม้จะเป็นวันที่เข้าใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด แต่ก็มีมุมปรากฏห่างจากดวงอาทิตย์ค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตาม ช่วงที่ใกล้โลกที่สุดไม่สามารถสังเกตเห็นได้ เนื่องจากดาวหางขึ้น-ตก พร้อมดวงอาทิตย์ จึงลุ้นชมได้อีกครั้งในวันที่ 28 เมษายน เป็นต้นไป ช่วงหัวค่ำ ทางทิศตะวันตก

ดูข้อมูลดาวหาง C/2025 R3 (PanSTARRS)  แบบเรียลไทม์ได้ที่ https://theskylive.com/c2025r3-info

ตำแหน่งดาวหาง 02ตำแหน่งดาวหาง 03ภาพประกอบคอมเมนต์ 20260401 07

ใหม่กว่า เก่ากว่า

نموذج الاتصال